3 กรกฎาคม 2562 ระดม 11 หน่วยปฏิบัติการฝนทิ้งช่วง

ที่มา: http://www.komchadluek.net/news/regional/377954

อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่าในขณะนี้ประเทศไทยในหลายพื้นที่ได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชันและอิทธิพลลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้มีฝนตกในพื้นที่ปริมาณเล็กน้อย โดยเฉพาะในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่การเกษตรเริ่มประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงเป็นจำนวนมาก ได้แก่ การปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรอาศัยน้ำฝนเป็นหลักจึงจำเป็นต้องอาศัยน้ำฝนธรรมชาติส่วนหนึ่งและการปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ประสบปัญหาในช่วงสภาวะฝนทิ้งช่วงดังกล่าวได้ โดยผลการปฏิบัติการฝนหลวงเมื่อ ก.ค 2562 หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน 6 หน่วย จาก 11 หน่วยปฏิบัติการทั่วประเทศ ทำให้มีฝนตกบริเวณพื้นที่การเกษตร พื้นที่ประสบภัยแล้ง และพื้นที่เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคบางส่วนของจังหวัดพิจิตร เพชรบูรณ์ ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครสวรรค์ ลพบุรี สุพรรณบุรี ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา รวมถึงเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักบริเวณพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนสิรินธร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และอ่างเก็บน้ำคลองสียัด ทั้งนี้กรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยได้ออกประกาศเขตพื้นที่ภัยแล้ง ยังคงมีจำนวน 5 จังหวัด (21 อำเภอ 89 ตำบล 750 หมู่บ้าน) ประกอบด้วยจังหวัดเชียงราย ศรีสะเกษ มหาสารคาม ตราด และชลบุรี ขณะที่สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่าร้อยละ 30 เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จำนวน 22 แห่ง อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 172 แห่ง ส่วนพื้นที่ประกาศเสี่ยง ฝนตกหนักถึงหนักมากจากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่บริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ในส่วนของแผนที่ปริมาณความชื้นในดินของกรมทรัพยากรน้ำ จะเห็นได้ว่าบริเวณพื้นที่ภาคเหนือ มีความชื้นในดินน้อยกว่าพื้นที่ภาคอื่นๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน มีปริมาณค่าความชื้นในดินอยู่ระหว่างร้อยละ 0-20 ส่งผลให้พื้นที่ภาคเหนือประสบปัญหาเรื่องของภัยแล้งมากกว่าภาคอื่นๆ